ฟังเพลงก่อนนอนดีอย่างไร แล้วต้องเลือกเพลงแบบไหน


Categories :

การฟังเพลงก่อนนอนเป็นกิจกรรมที่หลายคนชอบทำ เนื่องจากมันช่วยให้ความผ่อนคลาย สามารถช่วยให้นอนหลับง่ายและหลับสนิทขึ้น พร้อมที่จะตื่นขึ้นมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสดชื่นและมีพลังเต็มที่ แต่หลายคนอาจสงสัยว่าการฟังเพลงก่อนนอนช่วยให้นอนหลับได้อย่างไร บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น

การฟังเพลงไม่เพียงแค่ช่วยผ่อนคลายความเครียด มีการศึกษาหลายรายงานที่ระบุว่าการฟังเพลงช่วยในการพัฒนาความจำ ช่วยปรับอารมณ์ที่อับอายให้สดชื่น ช่วยส่งเสริมการออกกำลังกาย และอาจช่วยลดอาการวิตกกังวลและอาการของโรคซึมเศร้าได้

การฟังเพลงก่อนนอน ช่วยให้นอนหลับได้อย่างไร?

การฟังเพลงก่อนนอนมีผลให้กล้ามเนื้อคลายตัวลง ช่วยควบคุมการหายใจและความเต้นของหัวใจให้ช้าลง ทำให้ระดับฮอร์โมนคอร์ติโซล (Cortisol) ลดลง ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียดและความวิตกกังวล ส่วนอีกสองฮอร์โมนคือเซโรโทนิน (Serotonin) และออกซิโทซิน (Oxytocin) ก็ถูกกระตุ้นขึ้น ซึ่งช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและส่งต่อสัญญาณให้หน่วยความจำถูกเสริมสร้าง นอนหลับได้ดีขึ้น

การฟังเพลงยังเป็นหนึ่งในวิธีการรักษาและบำบัดผู้ป่วยที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน โรควิตกกังวล และโรคซึมเศร้า โดยช่วยให้พวกเขานอนหลับได้ดีขึ้น นอกจากนี้ มีการศึกษาบางรายงานว่าการฟังเพลงก่อนนอนช่วยให้เด็กและผู้สูงอายุนอนหลับได้ดีขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม การฟังเพลงก่อนนอนอาจมีผลตรงข้ามสำหรับบางคน บางรายงานวิจัยระบุว่าการฟังเพลงบางประเภทก่อนนอนอาจทำให้เกิดอาการเพลงติดหู (Earworm) ซึ่งทำให้เพลงนั้นวนอยู่ในหัวซ้ำ ๆ จนทำให้นอนไม่หลับได้ นักวิจัยจึงแนะนำให้ฟังเพลงก่อนนอนเป็นบางคืนและทำกิจกรรมอื่นที่ช่วยให้จิตใจสงบแทน เช่น การจดบันทึกความคิดในแต่ละวันและเขียนสิ่งที่ต้องทำในวันถัดไป

แล้วเราต้องฟังเพลงก่อนนอนอย่างไร ให้หลับสบาย

ถึงแม้จะไม่มีผลการวิจัยที่ระบุแนวเพลงที่เหมาะสมในการฟังก่อนนอนอย่างชัดเจน แต่จากการศึกษาพบว่าเพลงที่เหมาะสำหรับการฟังก่อนนอนมากที่สุดคือ เพลงที่มีความเร็ว (Tempo) ระหว่าง 60–80 บีทต่อนาที (BPM) ซึ่งใกล้เคียงกับอัตราการเต้นหัวใจขณะพักของคนเราที่มีอัตราการเต้นระหว่าง 60–100 ครั้งต่อนาที

โดยทั่วไป เพลงที่เหมาะสำหรับฟังก่อนนอนมักเป็นเพลงบรรเลงช้า ๆ ที่ฟังสบายและเพลงคลาสสิค ซึ่งอาจช่วยสร้างความผ่อนคลาย ปรับให้อัตราการเต้นของหัวใจช้าลงและนอนหลับได้ง่ายขึ้น แต่บางคนอาจนอนหลับได้ดีขึ้นเมื่อฟังเพลงที่มีจังหวะเร็ว การเลือกฟังเพลงจึงอาจแตกต่างกันตามความชอบของแต่ละคน แต่ควรหลีกเลี่ยงการฟังเพลงที่กระตุ้นอารมณ์รุนแรง ซึ่งอาจทำให้นอนไม่หลับได้

ทั้งนี้ ไม่ควรนอนหลับไปพร้อมกับหูฟัง เพราะอาจเป็นอันตรายต่อรูหู ทำให้ขี้หูเพิ่มขึ้น และอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อในหู นอกจากนี้ การใส่หูฟังฟังเพลงเสียงดังมาก ๆ เป็นเวลานานอาจทำให้ประสาทหูเสื่อมและเกิดปัญหาด้านการได้ยินตามมา จึงควรเปิดเพลงเบา ๆ ผ่านลำโพงในห้องนอนหรือเมื่อเริ่มง่วงนอนควรถอดหูฟังออกก่อน ซึ่งอาจช่วยให้คุณนอนหลับได้โดยไม่ทำลายสุขภาพหู